วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คะแนนนิยมโอบามา ดิ่งต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา / ภาพประกอบ : คมชัดลึก

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา / ภาพประกอบ : คมชัดลึก

คะแนนนิยมในตัวผู้นำสหรัฐดิ่งลงต่ำกว่าร้อยละ 50 เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีนี้

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัล พบว่าคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีบารัค โอบามา ลดลงเหลือร้อยละ 47 เท่านั้น นับเป็นครั้งแรกที่คะแนนนิยมของโอบามา ดิ่งลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 50 หลังจากที่เคยได้คะแนนนิยมสูงเกือบร้อยละ 70 ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆเมื่อต้นปีนี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คะแนนนิยมในตัวผู้นำสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักมาจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งการผลักดันกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นที่โต้แย้งกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงการทำสงครามในอัฟกานิสถาน ที่เขาเพิ่งประกาศส่งทหารเข้าไปเพิ่มอีก 30,000 นาย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

เจ้าชายวิลเลี่ยม“แจงเคยอยากเป็นตำรวจ

เจ้าชายวิลเลี่ยมแจงเคยอยากเป็นตำรวจ

เจ้าชายวิลเลี่ยมแจงเคยอยากเป็นตำรวจ

เจ้าชายวิลเลี่ยม ให้สัมภาษณ์รายการเด็กของบีบีซีว่า เคยอยากเป็นตำรวจ และทรงมีแผลเป็นแบบพ่อมดน้อยแฮรี่ พอตเตอร์ เพราะถูกหวดด้วยไม้กอล์ฟ

(19มี.ค.) เจ้าชายวิลเลี่ยม องค์รัชทายาทอันดับสองของ อังกฤษพระชนมายุ 26 ชันษา ประทานสัมภาษณ์รายการ"นิวสราวนด์" ของบรรษัทกระจายเสียงอังกฤษ หรือ BBC ซึ่งเป็นรายการโชว์สำหรับเด็กที่ออกอากาศเมื่อวันพุธ ซึ่งในช่วงหนึ่ง พระองค์ตรัสว่าสมัยที่ยังทรงพระเยาว์ เคยทรงมีพระประสงค์จะเป็นตำรวจ แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้เรียนรู้ว่าอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี

พระองค์ตรัสเล่าด้วยว่ามีครั้งหนึ่งที่ทรงต้องเสด็จไปโรงพยาบาลเพราะถูก หวดด้วยไม้กอล์ฟที่พระนลาฏ หรือหน้าผาก ทำให้เกิดแผลเป็นที่ทรงเรียกว่า"แผลเป็นของพ่อมดน้อยแฮรี่ พอตเตอร์" เพราะมีบางครั้งที่แผลเป็นเด่นชัดและมีคนสังเกตเห็น แต่เวลาปกติไม่มีใครสังเกตเห็น

เจ้าชายวิลเลี่ยมยังได้ตรัสด้วยว่า หากทรงหายพระองค์ได้เป็นเวลาหนึ่งวัน พระองค์จะเสด็จไปที่สำนักงานหนังสือพิมพ์โดยจะซ่อนพระองค์เพื่อคอยฟังทุก เรื่องที่มีผู้พูดถึงเกี่ยวกับพระองค์

อลิซ มาร์เปิ้ลส เด็กหญิงผู้เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งของโรงพยาบาล"รอแยล มาร์สเดน"ในกรุงลอนดอนเป็นผู้ทำการสัมภาษณ์ ที่พระตำหนัก" แคลแรนซ์ เฮาส์"ในกรุงลอนดอน ของเจ้าฟ้าชายชาร์ล องค์มกุฏราชกุมารอังกฤษ พระราชบิดาของเจ้าชายวิลเลี่ยม ขณะที่เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงเป็นองค์ประธานของโรงพยาบาลแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อสานต่องานของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ ผู้เคยทรงเป็นองค์ประธานของโรงพยาบาลแห่งนี้มาก่อน และการประทานสัมภาษณ์ของพระองค์ในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อช่วยทางโรงพยาบาลหาทุนช่วยแผนกคนไข้เด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

เจ้าชายวิลเลี่ยม ตรัสด้วยว่า หากทรงหายพระองค์ได้เป็นเวลาหนึ่งวัน พระองค์จะเสด็จไปที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ โดยจะซ่อนพระองค์เพื่อคอยฟังทุกเรื่องที่มีผู้พูดถึงเกี่ยวกับพระองค์

เจ้าชายวิลเลี่ยม ทรงบรรทมข้างถนนที่อุณหภูมิติดลบ4องศา

เจ้าชายวิลเลี่ยม ทรงบรรทมข้างถนนที่อุณหภูมิติดลบ4องศา

เจ้าชายวิลเลี่ยม ทรงบรรทมข้างถนนที่อุณหภูมิติดลบ4องศา

เจ้าชายวิลเลี่ยม ได้ทรงบรรทมข้างถนนในค่ำคืนที่อุณหภูมิติดลบถึง4องศา เมื่อ15ธ.ค.เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความทุกข์ยากของวัยรุ่นที่ไร้ที่อยู่

สำนักพระราชวังอังกฤษเปิดเผยเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าชายวิลเลี่ยม พระโอรสพระองค์ใหญ่ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ องค์มกุฏราชกุมารอังกฤษ และเป็นองค์รัชทายาทอันดับ 2 ของประเทศ ได้ทรงบรรทมข้างถนน ในค่ำคืนที่อุณหุภูมิติดลบถึง 4 องศาเซลเซียส ใต้สะพานแบล็คเฟรียร์ ในกรุงลอนดอนเมื่อ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงความทุกข์ยากของวัยรุ่นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย

ผู้ที่ติดตามคอยดูแลเจ้าชายวิลเลี่ยมขณะที่ออกมาบรรทมนอกพระราชวังก็คือ เซยี โอบากิน ผู้บริหารกลุ่มเซ็นเตอร์พ้อยต์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ดูแลเรื่องปัญหาการไร้ที่อยู่อาศัยในอังกฤษ เนื่องจากเจ้าชายวิลเลี่ยมทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2548 สานต่องานของพระมารดาคือเจ้าหญิงไดอาน่าผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของเซ็น เตอร์พอยต์ ตอนที่สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีสเมื่อปี 2540

ภาพที่เผยแพร่ในเว๊ปไซต์ของเซ็นเตอร์ พอยต์ แสดงให้เห็นเจ้าชายวิลเลี่ยมในกางเกงยีน กับรองเท้ากีฬา เสื้อคลุมแบบมีฮู้ดและหมวกไหมพรม ประทับยืนอยู่ถัดจากโอบากิน โดยมีถุงนอนอยู่ตรงปลายพระบาท โอบากินกล่าวว่าเจ้าชายบรรทมในถุงนอนโดยมีแผ่นลังกระดาษรองอยู่ข้างใต้ ส่วนอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้วยเป็นเลขานุการส่วนพระองค์ชื่อ เจมี่ โลวเทอร์ พินเคอร์ตัน ผู้เคยเป็นทหารมาก่อน

โอบาคินเขียนในเว๊ปไซต์ว่า ได้พยายามเตรียมตัวอย่างระมัดระวังสุดที่จะทำได้ โดยหาที่เงียบสงบในตรอก มีถังขยะแบบมีล้อจำนวนหนึ่งบังอยู่ แต่ก็ไม่อาจป้องกันจากอากาศที่หนาวทารุณ พื้นคอนกรีตแข็งๆ หรือความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกนักค้ายา แมงดาหรือพวกก่อกวน และว่านาทีที่น่ากลัวที่สุด คือตอนที่พวกเขาสามคนเกือบถูกทับโดยรถกวาดถนนที่ไม่ทันเห็น และว่าเขาไม่เคยดีใจครั้งไหนมากเท่านี้เมื่อคืนขึ้นมาพบเช้าวันใหม่ ขณะที่โฆษกพระตำหนักเซ็นต์ เจมส์บอกว่า ทั้งสามคนได้นอนน้อยมาก

เจ้าชายวิลเลี่ยมตรัสเมื่อวันอังคารว่า หลังจากเสด็จออกไปบรรทมข้างถนนแค่คืนเดียว พระองค์ก็ทรงจินตนาการไม่ออกเลยว่า เป็นอย่างไรที่จะต้องนอนข้างถนนในกรุงลอนดอนคืนแล้วคืนเล่า พระองค์ตรัสว่าความยากจน อาการป่วยทางจิต การติดยาและติดเหล้า รวมทั้งปัญหาบ้านแตกทำให้ผู้คนต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน ทรงหวังว่า การออกไปใช้ชีวิตแบบนั้น จะทำให้ทรงเข้าพระทัยปัญหาลึกซึ้งมากขึ้น และสามารถช่วยคนที่เปราะบางเหล่านี้ได้มากขึ้น

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

15ประเทศที่มีผู้ชายหล่อที่สุดในโลก

อันดับ 1 อังกฤษ
อันดับ 2 อเมริกัน
อันดับ 3 เยอรมัน
อันดับ 4 สวีเดน
อันดับ 5 กรีซ
อันดับ 6 สวีสเซอร์แลนด์
อันดับ 7 ตุรกี
อันดับ 8 อิตาลี
อันดับ 9 ไต้หวัน
อันดับ 10 บราซิล
อันดับ 11 ญี่ปุ่น
อันดับ 12 ไทย
อันดับ 13 เวเนซูเอล่า
อันดับ 14 ฮ่องกง
อันดับ 15 จีน
เกาหลีอยู่ไหนหว่า เห็นแบบนี้แล้วหันกลับมาใช้ของไทย กินของไทยกันดีกว่า(บรึ๊ย)

ต่อไปมาดูประเทศที่ผู้ชายหน้าตาดีที่สุดในเอเชีย
อันดับ 1 ไต้หวัน
อันดับ 2 ญี่ปุ่น
อันดับ 3 ไทย
อันดับ 4 ฮ่องกง
อันดับ 5 จีน
อันดับ 6 เกาหลี
อันดับ 7 เวียดนาม
อันดับ 8 ฟิลิปปินส์
อันดับ 9 สิงค์โปร์
อันดับ 10 มาเลเซีย

เกณฑ์การวัดความหน้าตาดีคือ
1.ใบหน้า โครงหน้า ได้รูป สวย สมบูรณ์
2. ดวงตาเปรียบดังอัลมอนด์
3. ผิวพรรณสวยงาม
4. จมูกโด่งเป็นแท่งสันยาวสวยงดงาม
5. รูปร่างดีสมบูรณแบบ
6. ความมีเสนห์ ดึงดูด และ รังสีออร่า ที่แปล่งประกายออกมา
7.ไม่เคยผ่านการศัลยกรรม หน้าตาดีโดยธรรมชาติ แต่กำเนิด

ไข่เจียวที่แพงที่สุดในโลก!!!!!

ไข่เจียวที่แพงที่สุดในโลก หากินได้ที่เดียวในโลก ที่ภัตตคาร Le Parker Meridien ในนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ไข่เจียวจานนี้มีชื่อในเมนูว่า " Zillion Dollar Frittata " โดยไข่เจียวจานนี้ประกอบไปด้วย

1.ไข่ปลาคาร์เวียร์ Sevruga จำนวน 10 ออนซ์
2.กุ้งล็อปสเตอร์ ( Lobster )
3.ไข่ไก่ 6 ฟอง

ราคา 35,000 บาท ต่อ จาน ( 1,000 เหรียญยูเอส )


แค่นี้แหละ ไปดูรูปกันว่าน่ากินแค่ไหน













วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กษัตริย์บรูไนทรงตัดผมครั้งละ 8 แสนบาท แพงสุดในโลก


เดลิเมล์/อนาโนวา - สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ประมุขแห่งบรูไน ทรงใช้เงินในการทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเงินครั้งละ 15,000 ปอนด์ (ประมาณ 847,5000 บาท) โดยจ้างให้ช่างตัดผมบินตรงมาจากกรุงลอนดอน นับว่าเป็นค่าตัดผมที่แพงที่สุดในโลก

ต้นเดือนที่ผ่านมา กษัตริย์แห่งบรูไนเช่าห้องสวีทส่วนตัวบนเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ ไลน์ให้พาตัว เคน โมเดสทู เจ้าของร้านตัดผมจากกรุงลอนดอนบินมาตัดพระเกษาให้พระองค์ถึงพระราชวัง เมื่อเนื่องจากต้องการให้ช่างตัดผมแยกออกจากคนจำนวนมาก เพราะเกรงว่าเขาจะติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยค่าห้องพักหรูนั้นตกอยู่ที่ 11,000 ปอนด์ นอกจากนั้นยังทรงจ่ายค่าตัดผมให้เขาอีกหลายพันปอนด์ด้วย

เดลี เมล์ อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์ว่า โมเดสทู นั้นเป็นเจ้าของร้านตัดผมในโรงแรมดอร์เชสเตอร์ในย่านไฮโซ เขตเมย์แฟร์ ของกรุงลอนดอน ปกติแล้วเขาคิดราคาค่าเล็มผมครั้งละ 30 ปอนด์ (1,695 บาท)

ช่างคนหนึ่งในร้านของโมเดสทู เผยว่า โมเดสทูตัดพระเกษาให้สุลต่านโบลเกียห์มาแล้ว 16 ปี บางครั้งเขาก็เดินทางมาบรูไนทุก 3 หรือ 4 สัปดาห์ ซึ่งทุกครั้งจะได้โดยสารในชั้นเฟิสต์คลาสราคา 9,000 ปอนด์ นอกจากนั้น เมื่อมาถึงบรูไนก็จะได้เข้าพักโรงแรมและรับประทานอาหารสุดหรู ส่วนค่าจ้างก็จะได้เป็นเงินสดใส่มาในซองหนา

ทั้งนี้ สุลต่านโบลเกียห์ พระชนมายุ 63 พรรษาแล้ว ทรงเป็นบุคคลที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก ด้วยทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 678,000 ล้านบาท)

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เศรษฐกิจของออสเตรเลีย


รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย การทำเหมืองแร่และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก ประเทศออสเตรเลียมีตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกขนแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่เหล็ก และส่งออกให้กับประเทศภาคพื้นเอชัย การศึกษาถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศออสเตรเลียได้มาก เป็นลำดับที่สามในบรรดาอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด ซึ่งทำให้การศึกษาของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศใหม่ มีคุณภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติมาก่อน ประเทศออสเตรเลียได้พยายามปรับปรุงธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการบริการ