วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

15ประเทศที่มีผู้ชายหล่อที่สุดในโลก

อันดับ 1 อังกฤษ
อันดับ 2 อเมริกัน
อันดับ 3 เยอรมัน
อันดับ 4 สวีเดน
อันดับ 5 กรีซ
อันดับ 6 สวีสเซอร์แลนด์
อันดับ 7 ตุรกี
อันดับ 8 อิตาลี
อันดับ 9 ไต้หวัน
อันดับ 10 บราซิล
อันดับ 11 ญี่ปุ่น
อันดับ 12 ไทย
อันดับ 13 เวเนซูเอล่า
อันดับ 14 ฮ่องกง
อันดับ 15 จีน
เกาหลีอยู่ไหนหว่า เห็นแบบนี้แล้วหันกลับมาใช้ของไทย กินของไทยกันดีกว่า(บรึ๊ย)

ต่อไปมาดูประเทศที่ผู้ชายหน้าตาดีที่สุดในเอเชีย
อันดับ 1 ไต้หวัน
อันดับ 2 ญี่ปุ่น
อันดับ 3 ไทย
อันดับ 4 ฮ่องกง
อันดับ 5 จีน
อันดับ 6 เกาหลี
อันดับ 7 เวียดนาม
อันดับ 8 ฟิลิปปินส์
อันดับ 9 สิงค์โปร์
อันดับ 10 มาเลเซีย

เกณฑ์การวัดความหน้าตาดีคือ
1.ใบหน้า โครงหน้า ได้รูป สวย สมบูรณ์
2. ดวงตาเปรียบดังอัลมอนด์
3. ผิวพรรณสวยงาม
4. จมูกโด่งเป็นแท่งสันยาวสวยงดงาม
5. รูปร่างดีสมบูรณแบบ
6. ความมีเสนห์ ดึงดูด และ รังสีออร่า ที่แปล่งประกายออกมา
7.ไม่เคยผ่านการศัลยกรรม หน้าตาดีโดยธรรมชาติ แต่กำเนิด

ไข่เจียวที่แพงที่สุดในโลก!!!!!

ไข่เจียวที่แพงที่สุดในโลก หากินได้ที่เดียวในโลก ที่ภัตตคาร Le Parker Meridien ในนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ไข่เจียวจานนี้มีชื่อในเมนูว่า " Zillion Dollar Frittata " โดยไข่เจียวจานนี้ประกอบไปด้วย

1.ไข่ปลาคาร์เวียร์ Sevruga จำนวน 10 ออนซ์
2.กุ้งล็อปสเตอร์ ( Lobster )
3.ไข่ไก่ 6 ฟอง

ราคา 35,000 บาท ต่อ จาน ( 1,000 เหรียญยูเอส )


แค่นี้แหละ ไปดูรูปกันว่าน่ากินแค่ไหน













วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กษัตริย์บรูไนทรงตัดผมครั้งละ 8 แสนบาท แพงสุดในโลก


เดลิเมล์/อนาโนวา - สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ประมุขแห่งบรูไน ทรงใช้เงินในการทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเงินครั้งละ 15,000 ปอนด์ (ประมาณ 847,5000 บาท) โดยจ้างให้ช่างตัดผมบินตรงมาจากกรุงลอนดอน นับว่าเป็นค่าตัดผมที่แพงที่สุดในโลก

ต้นเดือนที่ผ่านมา กษัตริย์แห่งบรูไนเช่าห้องสวีทส่วนตัวบนเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ ไลน์ให้พาตัว เคน โมเดสทู เจ้าของร้านตัดผมจากกรุงลอนดอนบินมาตัดพระเกษาให้พระองค์ถึงพระราชวัง เมื่อเนื่องจากต้องการให้ช่างตัดผมแยกออกจากคนจำนวนมาก เพราะเกรงว่าเขาจะติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยค่าห้องพักหรูนั้นตกอยู่ที่ 11,000 ปอนด์ นอกจากนั้นยังทรงจ่ายค่าตัดผมให้เขาอีกหลายพันปอนด์ด้วย

เดลี เมล์ อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์ว่า โมเดสทู นั้นเป็นเจ้าของร้านตัดผมในโรงแรมดอร์เชสเตอร์ในย่านไฮโซ เขตเมย์แฟร์ ของกรุงลอนดอน ปกติแล้วเขาคิดราคาค่าเล็มผมครั้งละ 30 ปอนด์ (1,695 บาท)

ช่างคนหนึ่งในร้านของโมเดสทู เผยว่า โมเดสทูตัดพระเกษาให้สุลต่านโบลเกียห์มาแล้ว 16 ปี บางครั้งเขาก็เดินทางมาบรูไนทุก 3 หรือ 4 สัปดาห์ ซึ่งทุกครั้งจะได้โดยสารในชั้นเฟิสต์คลาสราคา 9,000 ปอนด์ นอกจากนั้น เมื่อมาถึงบรูไนก็จะได้เข้าพักโรงแรมและรับประทานอาหารสุดหรู ส่วนค่าจ้างก็จะได้เป็นเงินสดใส่มาในซองหนา

ทั้งนี้ สุลต่านโบลเกียห์ พระชนมายุ 63 พรรษาแล้ว ทรงเป็นบุคคลที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก ด้วยทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 678,000 ล้านบาท)

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เศรษฐกิจของออสเตรเลีย


รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย การทำเหมืองแร่และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก ประเทศออสเตรเลียมีตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกขนแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่เหล็ก และส่งออกให้กับประเทศภาคพื้นเอชัย การศึกษาถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศออสเตรเลียได้มาก เป็นลำดับที่สามในบรรดาอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด ซึ่งทำให้การศึกษาของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศใหม่ มีคุณภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติมาก่อน ประเทศออสเตรเลียได้พยายามปรับปรุงธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการบริการ

เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์


นิวซีแลนด์ เป็นประเทศหนึ่งในเขตแปซิฟิกที่มีการทำอุตสาหกรรม เช่น การต่อเรือ โรงงานเบียร์ไวท์ โรงงานปลากระป๋อง แต่ส่วนใหญ่การอุตสาหกรรมในนิวซีแลนด์มีน้อยมาก และ มีการทำอุตสาหกรรมการเกษตร เช่นการทำผลไม้กระป๋อง อุตสาหกรรมการขุดแร่ เช่น ถ่านหิน เหล็ก อุตสาหกรรมป่าไม้ และ ยังมีการเพาะปลูกที่ทำให้นิวซีแลนด์มีรายได้มากส่วนหนึ่ง เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และ ผลไม้เช่น สตรอเบอรี่ และแอปเปิล เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สระว่ายน้ำที่มีคนมาว่ายเยอะที่สุดในโลก


สระแตก! (ข่าวสด)

ข่าวต่างแดนบอกว่า ตอนนี้อากาศในเมืองจีนร้อนตับแตกมากๆ และสงสัยว่า...

"สระว่ายน้ำ" สาธารณะในเมืองนานกิงแห่งนี้ คงทำสถิติเป็นสระที่มีคนลงไปเบียดเสียดเยียดยัดว่ายน้ำมากที่สุดในโลก

ก็ดูสิคะ..ในตัวสระแทบไม่มีที่ว่างเหลืออยู่ ถึงขนาดผู้คนต้องยืนหลังชนหลัง แค่คิดจะโชว์ลีลาดึงสโตรกก็ยังทำไม่ได้เลย!!

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552


ที่มาของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 270 ซึ่งกำหนดให้มีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยมีเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาความเป็นมาของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มแรกจัดตั้งอาจแบ่งพัฒนาการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ การจัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญชั่วคราว และการจัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญภายหลังที่มีพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือการจัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญถาวร

๑. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติเพื่อจัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการตราพระราชบัญญัติ ประธานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑/๒๕๔๑ จัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เป็นหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และคำสั่งที่ ๒/๒๕๔๑ แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และรองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๑ และได้เปิดสำนักงานฯเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๑ สำนักงานฯตั้งอยู่ที่ ๔๙/๑ อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

๒. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญถาวร
พระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 กำหนดให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยเป็นหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และได้บูรณะปรับปรุงอาคารบ้านเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์เพื่อใช้เป็นที่ทำการของศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดอาคารที่ทำการถาวร ซึ่งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้เป็นที่ทำการจนถึงปัจจุบัน